บทที่ 6 ไร่เปี่ยมรัก (1)

เช้าวันต่อมาหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรมารับดอกไม้ที่สั่งไว้ตามปกติ และตั้งใจจะมาเร่งเอาคำตอบจากรมณด้วยเช่นกันแต่ก็ต้องผิดหวัง

“คุณยินดีไม่อยู่หรือครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรมองไปรอบๆร้านก็เห็นเพียงพนักงานสาวแค่สองคน ไร้เงาของเจ้าของร้านสาว

“เพิ่งบินกลับเชียงรายเมื่อเช้าเองค่ะ” ขวัญฤดีที่กำลังจัดดอกไม้ฉีกยิ้มหวานตอบเอาใจลูกค้าประจำของร้าน กลัวชายหนุ่มคิดว่าเจ้านายสาวของเธอตั้งใจหลบหน้า

“ที่บ้านมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรรู้ประวัติของรมณพอประมาณจึงรู้ว่าจังหวัดเชียงรายคือบ้านเกิดของหญิงสาว แต่เขาก็ยังคงกระวนกระวายใจเพราะวันก่อนยังเห็นหญิงสาวทำตัวปกติไม่แสดงอาการอะไร พอมาวันนี้กลับหายไปไม่เห็นหน้าเขากลัวว่ามันจะเป็นการปฏิเสธของหญิงสาวทางอ้อม

“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ” เจ้านายสาวไม่ได้อธิบายอะไรแค่บอกว่าจะกลับบ้านแล้วก็ฝากงานที่ร้านให้พวกเธอจัดการดูแลกันไปก่อนสัก2-3 วัน 

หม่อมหลวงหนุ่มสงบใจลง เขาพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่ารมณอาจจะมีธุระด่วนให้ต้องกลับไปจัดการที่บ้านจริง ๆ “แล้วคุณยินดีบอกไว้ไหมครับว่าจะกลับวันไหน”

ขวัญฤดีและนิรณาพนักงานของร้านสวนทุ่งดอกไม้มองหน้ากันเป็นเชิงปรึกษาว่าสมควรตอบคำถามของชายหนุ่มตรงหน้าหรือไม่ แต่สุดท้ายก็เพื่ออนาคตของเจ้านายสาวนิรณาจึงยอมเอ่ยปากตอบ “เห็นว่าอีก2-3 วันค่ะ”

“ครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจจึงยอมกลับไปนั่งรอรับช่อดอกไม้ที่พนักงานสาวกำลังเร่งมือทำให้อย่างสงบ

ขวัญฤดีและนิรณามองหน้าสบตากันอย่างมีความหมายก่อนจะยกยิ้มมุมปาก พวกเธอมั่นใจเกินร้อยว่าชายหนุ่มต้องหลงเสน่ห์เจ้านายสาวแน่นอน แม้จะแต่งตัวห้าว ตัดผมสั้น แต่รูปหน้าก็ยังสวยเก๋ชายใดเห็นเป็นต้องหลงรัก ร่างสูงโปร่งทรงนางแบบผิวเข้มนิดๆเพราะเจ้าตัวออกแดดบ่อยแต่ก็ไม่สามารถบดบังความสวยที่เปล่งประกายออกมา

ขวัญฤทัยเร่งมือจัดดอกไม้ในมือจนเสร็จภายใน 3 นาทีจากนั้นก็รีบยืนส่งให้หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทร “ดอกไม้ได้แล้วค่ะ” 

“ขอบคุณครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรทำการชำระเงินก่อนรับช่อดอกไม้ พอออกมาจากร้านใจก็ยังกังวลกลัวว่าตัวเองรุกแรงไปหรือเปล่าสาวเจ้าถึงวิ่งหนีกลับบ้าน แต่ไม่เป็นไรเขาสามารถรอได้หากหญิงสาวยังไม่เอ่ยปากปฏิเสธโดยตรงแสดงว่ายังมีความหวัง

“แกว่าได้ปะ” นิรณาเชียร์ลูกค้าหนุ่มเจ้าประจำของร้านที่เพิ่งเดินออกจากร้านไปสุดใจ จึงต้องการหาแนวร่วมว่าชายคนนี้ตรงสเปคเจ้านายสาวของพวกเธอหรือไม่

“คุณสมบัติแปะเวอร์” ขวัญฤดีพิมพ์หน้าจอโทรศัพท์ เลื่อนหน้าจออีกสองสามทีก็เจอประวัติหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรที่เด่นหรา “บ้านก็รวย โปรไฟล์ก็ดี เรื่องข่าวลือนั้นปัดทิ้งเพราะข่าวลือส่วนมากเชื่อถือไม่ได้”

“แบบนี้ต้องจับให้มั่น” นิรณาตื่นเต้นขึ้นมาทันที เธอตั้งมั่นว่าหากเจ้านายสาวกลับมาจะต้องคอยเป่าหูหญิงสาวทุก ๆ ชั่วโมง

ขวัญฤดีรู้ดีว่าเพื่อนสาวกำลังคิดอะไรอยู่จึงเอ่ยปากให้เพื่อนไม่ต้องพยายามให้เหนื่อย “ไม่รอดแล้ว”

“?”

“เจ้านายเรา”

“?”

“ผู้ชายดีขนาดนี้เป็นใครก็ต้องอ่อนไหว” ขวัญฤดีอธิบายให้เพื่อนฟังอย่างมั่นใจ “คุณยินดีก็คงไม่รอดเช่นกัน”

นิรณาพยักหน้าเห็นด้วย “จริง!”

สองเพื่อนสาวมองตาอย่างรู้ใจก่อนจะหลุดหัวเราะ “คิกๆ/คิกๆ”

สนามบินเชียงราย

รมณลงเครื่องเสร็จก็ออกจากช่องขาเข้ามองซ้ายมองขวาก้าวเดินอย่างมั่นใจมาหยุดตรงหน้าบิดาที่ยืนรอรับอยู่ก่อนจะเลิกคิ้วสูง “พ่อมาเองเลย”

“แน่นอนสิ ลูกสาวสุดที่รักกลับบ้านทั้งที” พ่อเลี้ยงธานินทร์ฉีกยิ้มกว้าง สายตาก็เอาแต่มองลูกสาวด้วยความความรักความอ่อนโยน

“มาขอพ่อกอดให้หายคิดถึงหน่อย” ลูกสาวไปใช้ชีวิตที่ในเมืองกรุงคนเดียวจะกลับบ้านปีละครั้งก็ยังหายาก ถ้าครั้งนี้ไม่มีเรื่องด่วนก็คงตามตัวกลับบ้านไม่ได้ จะทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อตัวท่านเองที่ตามใจลูกสาวจนเคยตัว แต่ลูกสาวก็สัญญาขอใช้ชีวิตอิสระก่อนอีกสัก2-3ปีแล้วจะกลับมาดูแลไร่ที่บ้านถาวาร

“กระเป๋าหนูล่ะคะ” พ่อเลี้ยงธานินทร์มองไปรอบ ๆ ตัวลูกสาวคนดีของท่าน “หนูยังไม่ไปรับใช่ไหม มา ๆ เดี๋ยวพ่อไปช่วยยกให้”

“พ่อเพิ่งโทรบอกเมื่อคืนใครจะเก็บกระเป๋าทัน” เที่ยงคืนรมณได้รับสายด่วนว่าดอกไม้ที่ไร่มีปัญหา บิดาร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนให้เธอช่วยกลับมาบ้าน หญิงสาวก็ไม่นิ่งนอนใจกดโทรศัพท์จองตั๋วเครื่องบินไฟลท์ที่เร็วที่สุด จากที่คิดจะนอนก็อาบน้ำแต่งตัวเก็บของเท่าที่จำเป็นใส่กระเป๋าเป้สะพายบ่าขับรถมุ่งตรงสู่สนามบินเพื่อนั่งรอขึ้นเครื่อง “นี่ยังดีที่ร้านของยินดีไม่มีงานสำคัญ”

“พ่อก็ไม่รู้จะทำยังไงเช่นกัน”

“แล้วปัญหาที่ไร่เป็นไงบ้างคะ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงน่าพ่อของลูกจัดการได้”

“แน่ใจ” รมณเหล่ตามองบิดา หากจัดการได้จริง ทำไมเธอถึงเกิดเหตุการณ์บินด่วนอย่างวันนี้ได้

“ก็ป้าของลูกนะสิ รบเร้าพ่อ” พ่อเลี้ยงธานินทร์หน้าจ๋อย ยอมเอ่ยความจริงออกมา อันที่ท่านปฏิเสธพี่สะใภ้ตัวเองไปแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อทำอะไรไม่ได้ท่านเลยต้องเรียกลูกสาวมาจัดการเอง

“ทำไมป้ามะลิไม่ไปยุ่งเรื่องของพี่ธาดากับพี่ธีภพ” รมณขมวดคิ้วเข้มก่อนจะยู่หน้า หากจะมีใครที่ต้องมีครอบครัวต้องให้เกียรติผู้สูงอายุก่อน “สองคนนั้นอายุมากกว่าหนูอีก”

“ลูกมั่นใจว่าป้ามะลิของลูกจะทำใจได้แน่นะ” พ่อเลี้ยงธานินทร์คิดถึงหลานชายทั้งสอง หลานชายคนโตชอบผู้ชายและมีแฟนที่คบกันอยู่แต่คนเป็นแม่ไม่ยอมรับ ส่วนหลานชายคนเล็กยังไม่มีแฟนแต่ไม่อยากแต่งงานเลยขู่มารดาว่าถ้าบังคับจะแต่งกับกะเทย

“ยินดีก็ว่าวิธีพี่ธีภพเข้าท่านะคะ”

“พ่อไม่ขอออกความคิดนะ” พ่อเลี้ยงธานินทร์อมยิ้มใสซื่อท่านพร้อมสนับสนุนความชอบของลูกสาว เพราะท่านรู้ดีว่าลูกสาวแค่แต่งตัวอย่างสาวเท่แต่ยังไม่ถึงกลับเปลี่ยนเพศ

“แค่หนูมั่นใจว่าการใช้ชีวิตคู่ของหนูจะมีความสุขก็พอ”

“ยินดีรักพ่อที่สุดเลยค่ะ”

“ไปขึ้นรถกันเถอะ”

“โอเค” รมณฉีกยิ้มกว้างทำตัวเหมือนเด็กน้อยของพ่อตลอดเวลา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป